“เกาะเกร็ด” ยุค Covid-19

“เกาะเกร็ด” เกาะกลางลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในจังหวัดนนทบุรี รู้จักกันดีในฐานะแหล่งชุมชนคนมอญที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา และประเพณีวัฒนธรรมแบบพื้นบ้านดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี ในช่วง Covid-19 NOPจะเก็บภาพบรรยากาศล่าสุดมาฝากเพื่อนๆ ไม่รอช้า สะพายเป้ 1 ใบ หน้ากากอนามัย และ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไม่เคยลืม พกติดตัวตลอด พร้อมกล้องตัวเก่ง ออกเดินทางสิคะ ไม่รีรอ ไปกันเลย!!!!

“วัดสนามเหนือ”  จอดรถในวัดวันธรรมดา ไม่เก็บเงิน วันเสาร์อาทิตย์มีค่าจอด 30 บาท ช่วงนี้ที่จอดรถก็จะเยอะหน่อย เพราะเกาะเกร็ดไม่สามารถท่องเที่ยวและซื้อของได้เลย ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ปกติตลาดวัดจะมีของขายจากชาวบ้านมากมาย แต่บรรยากาศวันนี้เงียบมาก มีแค่ร้านขายน้ำดื่มเปิดแค่ร้านเดียว

วิวริมน้ำหลังวัดจะตรงข้ามกับเกาะเกร็ด มองเห็นเจดีย์ของวัดปรมัยยิกาวาส บนเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด  ช่วงรอเรือข้ามฟาก นั่งชมบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา เรื่องอากาศ ไม่ต้องพูดถึง ร้อนมาก!!!! (555) คนนั่งเรือก็มีบ้างนิดหน่อย ไม่คึกคัก สอบถามพี่คนขับเรือ คุ้มไหมกับค่าน้ำมัน พี่เขาตอบว่า ก็พออยู่ได้ ช่วงเวลาเช้า และ เย็น ที่ผู้คนที่อาศัยฝั่งเกาะเกร็ดเดินทาง บ้างก็ออกไปทำงาน บ้างก็เดินทางมาซื้อ อาหารการกินและของใช้ ส่วนนักท่องเที่ยวเหรอ ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเลย!!!

ถึง ท่าเทียบเรือของวัดปรมัยยิกาวาส ลมพัดเย็นสบาย จ่ายค่าเรือ 2 บาท (ราคาเท่าเดิม เพิ่มเติมแค่ไม่มีนักท่องเที่ยว) ชาวเกาะเกร็ดให้ความร่วมมือดีมาก มีการยิงตรวจวัดอุณหภูมิ และ เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้เรียบร้อย บรรยากาศเงียบสงบ ร้านขายของที่อยู่หน้าวัด ณ ตอนนี้ ไม่มีเลยสักร้าน ขอเดินเลี้ยวฝั่งขวาก่อนนะคะ ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

“วัดปรมัยยิกาวาส” เดิมชื่อ “วัดปากอ่าว” มีชื่อในภาษามอญว่า “เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง” หมายความว่า วัดหัวแหลม เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ดังปรากฏพระเจดีย์มุเตาซึ่งเป็นเจดีย์ทรงมอญ ปัจจุบันอยู่ติดริมแม่น้ำกระแสน้ำกัดเซาะฐานราก ทำให้เจดีย์มีลักษณะเอียง อันเป็นสัญลักษณ์ของวัดมาแต่โบราณ ต่อมาสมัยธนบุรี และต้นกรุงรัตนโกสินทร์  พระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยประยุกต์ บานประตูหน้าต่างประดับ ลายปูนปั้นเขียนด้วยสี กำแพงแก้วรอบพระอุโบสถมีลวดลายที่สวยงาม  พระวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ ขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในอำเภอปากเกร็ด

หลังจากไหว้พระขอพรเป็นที่เรียบร้อย ขอเดินชมบรรยากาศก่อนนะคะ  ขอบบอกว่า เงียบเหงามาก!!! ไร้ผู้คน มีแค่ชาวบ้านไม่กี่คน ออกมานั่งรับลมหน้าบ้านตัวเอง ร้านขายของ ร้านอาหาร ปิดทั้งหมด เราเดินอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนช่วงตอนที่ยังท่องเที่ยวได้ กว่าจะเดินถึงแต่ละสถานที่ ต้องเดินเบียดกับผู้คน ไหนจะร้านขายของกิน ของที่ระลึก กว่าจะผ่านไปได้แต่ละจุด ใช้เวลานานมากๆ เพราะต้องช้อป ชิม แชะ ระหว่างท่องเที่ยว เงียบเหงาขนาดไหน ดูภาพถ่ายประกอบนะคะ

เดินเล่นชิลๆ ทักทายชาวบ้านตามทางเดิน ประมาณ 800 เมตร  มีอีกหนึ่งวัดที่งดงาม ไม่รอช้า แวะไหว้พระขอพรกันต่อเลย

“วัดไผ่ล้อม” สร้างสมัยอยุธยา พระอุโบสถสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2318 โดยพระยาเจ่ง ต้นตระกูลคชเสนีย์ ผู้คุมไพร่พลกองมอญที่เข้ามาอาศัยพึงพระบรมโพธิสมภาร และให้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดนนทบุรี อุโบสถ มีความงามหลังหนึ่งเช่นเดียวกับอุโบสถวัดฉิมพลีสุธาวาส เป็นโบสถ์สมัยอยุธยาที่งามมากแห่งหนึ่ง

นั่งพักใต้ต้นหูกระจง จิบน้ำเย็นๆชื่นใจ ลมเย็นสบาย เพราะวัดนี้ร่มรื่น มีทางลมพัดผ่าน  หายเหนื่อยแล้ว ลุยกันต่อ เดินไม่ไกลมากนัก มีวัดที่งดงามอีก 1 วัด

“วัดเสาธงทอง” เป็นวัดเก่า เดิมชื่อ “วัดสวนหมาก” เป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมแห่งแรกของอำเภอปากเกร็ด ด้านหลังโบสถ์ยังประดิษฐานเจดีย์ที่สูงที่สุดของอำเภอปากเกร็ด พระเจดีย์เป็นศิลปะอยุธยาย่อมุมไม้สิบสอง ด้านข้างโบสถ์มีเจดีย์องค์ใหญ่อีก 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงลังกา อีกองค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงมะเฟือง ภายในโบสถ์ พระประธานเป็นพระปางมารวิชัยปูนปั้นขนาดใหญ่ คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพี๊ยะอาล๊าต”

จากวัดเสาธงทอง เดินกันต่อ ถึงจะร้อนแดด แต่ก็มีลมพัดผ่าน ก่อนจะถึงบ้านก็ต้องผ่านสวนที่ชาวบ้านปลูกพืชเกษตรไว้สำหรับรับประทาน บ้างก็ขายในราคาถูก บรรยากาศตามภาพที่เห็นเลยนะคะ

เดินผ่านย่านชุมชน ถึงแล้วอีกหนึ่งวัด  แวะไหว้พระ ขอพร และ ถ่ายภาพสวยๆ มาฝากทุกคน

“วัดศาลากุล” สร้างโดย เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้ง อ.ปากเกร็ด จึงเรียกเป็น เกาะเกร็ด การเดินทางไปยังวัดนี้ ถ้าหากข้ามเรือที่ท่าวัดกลางเกร็ด เมื่อขึ้นที่ท่าเกาะเกร็ด จะมีถนนไปถึงวัดนี้ได้ ระยะทางประมาณ 1,400 เมตร เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เนื่องจากดินริมแม่น้ำงอกขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้จึงอยู่เกือบกลางเกาะเกร็ด โบราณสถานของวัดล้วนสร้างขึ้นใหม่ คืออุโบสถลักษณะทรงโบราณ 2 ชั้น ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ เจดีย์และกุฏิสงฆ์

จาก วัดศาลากุล เดินมาไม่ไกล มีอีกหนึ่งวัดที่สวยงาม ไม่รอช้าแวะกันต่อเลยจร้า

“วัดฉิมพลีสุทธาวาส” เดิมชื่อว่า วัดป่าฝ้าย สันนิษฐานว่าแต่เดิมน่าจะมีการปลูกฝ้ายกันมากในบริเวณนี้ มีโบสถ์ขนาดเล็กงดงามมาก และยังมีสภาพสมบูรณ์แบบดั้งเดิม ฐานโบสถ์โค้งแบบเรือสำเภา ด้านข้างโบสถ์มีเจดีย์ทรงมอญ เรียกว่าพระมหาจุฬามณีเจดีย์

วงรอบเกาะเกร็ดวันนี้ อากาศร้อน แต่เดินสบาย ชุมชนมอญเงียบเหงา รอคอยวันที่จะกลับมาคึกคักอีกคร้้ง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับวันนี้ เราคงต้องเดินทางกลับบ้านกันแล้ว แดดล่ม ลมตกพอดี นั่งเรือข้ามฟาก กลับไปยังฝั่ง วัดสนามเหนือ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เร็วๆนี้ คงจะได้รับข่าวดี เปิดท่องเที่ยวได้ 100%  ฝากเกาะเกร็ด อีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงกันด้วยนะคะ แล้วกลับมาพบกันในเร็วๆนี้ คิดถึงทุกคนนะคะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

 

ฝากกด Share ด้วยนะครับ
Top